เมื่อเข้าสู่หน้าฝน ปัญหากวนใจคนรักบ้าน ที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ คือปัญหาที่เกิดจากความชื้นจากการที่ฝนตกสะสม และแสงแดดก็มีน้อย เมื่อผนังชื้นนานๆก็จะทำให้เกิดปัญหาเชื้อราตามมา นอกจากจะไม่สวยงามแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพผู้อยู่อาศัยอีกด้วย
สาเหตุของปัญหาเชื้อรา
- เมื่อฝนตกมีน้ำรั่วซึมจากหลังคา น้ำซึมผ่านรอยแตกร้าว และท่อน้ำในผนัง
- ผนังที่ต้องสัมผัสความชื้นหรือโดนฝนบ่อย เช่น ผนังห้องน้ำ ผนังห้องครัว เป็นต้น
- การเลือกทาสีที่ไม่มีคุณสมบัติกันชื้น หรือไม่ได้ทาสีรองพื้นเพื่อป้องกัน
- บ้านไม่มีอากาศถ่ายเท ไม่มีลมพัดผ่าน ทำให้บ้านเกิดความอับชื้น
- ผนังบ้าน กำแพง เป็นคราบราดำ/เขียว ดูไม่สวยงาม
- บ้านมีกลิ่นอับ ทำให้สภาพแวดล้อมบ้านไม่น่าอยู่
- เมื่อเกิดเชื้อราในบ้านย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพ กระตุ้นภูมิแพ้ หอบหืด หรือไอจาม
- โครงสร้างบ้านบางจุดอาจเกิดความเสียหายได้ในระยะยาว
วิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
1. หาสาเหตุของความชื้น
- ตรวจสอบรอยรั่วซึมหลังคา ท่อน้ำ และรอยแตกร้าวในบ้าน
- หากเจอแล้วให้รีบซ่อมแซมทันทีเพื่อหยุดปัญหาน้ำซึม
2. จัดการเชื้อรา
-
โดยใช้น้ำยาฆ่าเชื้อรา น้ำส้มสายชู หรือน้ำยาฟอกขาวผสมน้ำเช็ด
- ควรสวมถุงมือและหน้ากากป้องกันก่อนทำทุกครั้ง
3. ทำให้ผนังแห้ง
- ควรเปิดหน้าต่างออกบ้าง เพื่อให้มีลมถ่ายเท
- ใช้พัดลม หรือเครื่องดูดความชื้นช่วยลดความอับภายในบ้าน
4. ใช้สีทากันชื้น
- ขูดคราบเชื้อราออก โดยใช้แปรงขัดเบาๆที่ผนัง
- ลงรองพื้นกันความชื้น แล้วเลือกใช้สีแบบกันเชื้อราทาทับ
วิธีป้องกันเชื้อราระยะยาว
- สำหรับพื้นที่เสี่ยงอับชื้น ควรเลือกใช้สีที่มีคุณสมบัติกันชื้น กันเชื้อรา เช่น ห้องน้ำ ห้องครัว
- ภายในบ้านควรติดตั้งพัดลม หรือ ผนังห้องควรมีช่องลมระบายอากาศให้ลมถ่ายเท
- หมั่นตรวจสอบท่อน้ำและหลังคาบ้านอยู่เสมอ
- ไม่จัดวางเฟอร์นิเจอร์ที่ขัดขวางช่องลม หรือ ช่องระบายอากาศภายในบ้าน