คอนกรีตที่ดีและได้ประสิทธิภาพเต็มที่ไม่ได้เกิดจากการผลิตตามส่วนผสมที่ดีเท่านั้น แต่เกิดจาก ระยะบ่มคอนกรีต ที่ถูกต้องด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นส่วนสำคัญที่เจ้าของบ้านและช่างรับเหมาต้องทำความเข้าใจเพื่อลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นกับงานก่อสร้างในอนาคต ซึ่งจะต้องเริ่มตั้งแต่งานฐานรากงานโครงสร้างที่ได้คุณภาพเท่านั้น วันเอ็มคอนกรีต จึงได้รวมรวมข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องการบ่มคอนกรีต ความสำคัญ รวมถึงวิธีการและระยะเวลาที่ถูกต้อง ไว้ดังนี้
การบ่มคอนกรีต คืออะไร?
คือ กรรมวิธีในการรักษาความชื้นและอุณหภูมิให้เหมาะสมกับคอนกรีตหลังจากทำการเทแล้ว เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างปูนซีเมนต์กับน้ำ (เรียกว่า Hydration หรือ ความชุ่มชื้น) ให้ดำเนินการไปอย่างสมบูรณ์ ซึ่งจะช่วยทำให้คอนกรีตมีความแข็งแรงและมีคุณภาพสูงสุดตามที่ออกแบบไว้
ทำไมต้องมีการบ่มคอนกรีต?
หากไม่มีการบ่มคอนกรีต จะทำให้คอนกรีตนั้นแห้งเกินไป เนื่องจากขาดความชื้นที่เหมาะสม จะทำให้เกิดผลกระทบตามมา เช่น
- คอนกรีตมีรอยแตกร้าว
- ค่ากำลังอัดคอนกรีตไม่ถึงตามมาตรฐานทีกำหนดไว้
- โครงสร้างไม่แข็งแรงในระยะยาว
ความสำคัญของการบ่มคอนกรีต
- ช่วยให้คอนกรีตมีกำลังอัดได้อย่างเต็มที่ หากขาดความชื้นจะทำให้กำลังอัดลดลง 30 - 50%
- ป้องกันการแตกร้าว ที่เกิดจากการหดตัวของคอนกรีต ที่ต้องเจอสภาวะต่างๆ ในช่วงระยะเวลา 7 วันแรก ไม่ว่าจะเป็น แดดแรง ลมแรง และความร้อนจัด
- เพิ่มความทนทานต่อสภาพแวดล้อม คอนกรีตที่บ่มได้ดี จะแน่น ไม่พรุน ทนแดดทนฝนใช้งานได้ยาวนาน
- เพิ่มคุณภาพผิวหน้า คอนกรีตที่บ่มได้ดี จะแน่นเรียบ ไม่มีรอยร้าว หากไปใช้ในงานถนนหรือพื้นบ้าน จะสามารถรับน้ำหนักได้ดี
- ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาว หากบ่มคอนกรีตได้ดี จะไม่ต้องเสียเงินซ่อมจากปัญหาพื้นหรือผนัง แตกร้าว บ่อยๆ
วิธีในการบ่มคอนกรีต
1. คลุมด้วยผ้ากระสอบเปียกหรือผ้าใบชุ่มน้ำ แล้วรดน้ำให้ชุ่มสม่ำเสมอ
2. ใช้พลาสติกคลุมป้องกันการระเหย
3. ใช้สารบ่มคอนกรีต (Curing Compound) พ่นเคลือบบนผิว
4. ใช้การบ่มน้ำ โดยปล่อยให้น้ำขังบนบริเวณพื้นคอนกรีต
ระยะเวลาในการบ่มคอนกรีต
ซึ่งระยะเวลาในการบ่มคอนกรีตนั้นมีความสำคัญซึ่งจะส่งผลต่อความแข็งแรงของวัสดุที่จะนำไปใช้งาน โดยมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันออกไปตามประเภทของวัสดุนั้นๆ ซึ่งปัจจัยที่มีผลต่อการบ่มคอนกรีต คือ อุณหภูมิ ความชื้น และวิธีการในการบ่ม ซึ่งการคลุมเปียกและรดน้ำ มักจะได้ผลดีกว่า
ประเภทงาน: พื้น / ฐานราก / เสา / คานทั่วไป
ระยะเวลาบ่ม(ขั้นต่ำ): 7 วัน
หมายเหตุ: ใช้กับงานที่ใช้ ปูนปอร์ตแลนด์ธรรมดา
ประเภทงาน: งานโครงสร้างใหญ่ เช่น เสาเข็ม
ระยะเวลาบ่ม(ขั้นต่ำ): 14 - 28 วัน
หมายเหตุ: เป็นงานที่ต้องการความแข็งแรงสูง
ประเภทงาน: คอนกรีตที่ใช้ปูนผสม “ปอซโซลาน” หรือ “Slag” มีคุณสมบัติแข็งตัวช้า
ระยะเวลาบ่ม(ขั้นต่ำ): 10 - 14 วัน ขึ้นไป
หมายเหตุ: ต้องพัฒนา strength ต่อเนื่องในระยะยาว
*** ในกรณีที่สภาพอากาศมีความร้อนจัด ลมแรง หรือแห้งจัด ต้องเพิ่มเวลาในการบ่มคอนกรีต 2-3 วัน เนื่องจากน้ำระเหยเร็วทำให้ต้องบ่มนานขึ้น
สรุป
เมื่อทราบความจำเป็นและความสำคัญของการบ่มคอนกรีตแล้ว จึงสรุปได้ว่าควรทำการบ่มอย่างน้อยๆ 7 วัน เป็นอย่างต่ำ สำหรับงานทั่วไป ในช่วง 28 วันแรก ยิ่งบ่มนาน คอนกรีตก็ยิ่งมีความแข็งแรงมากขึ้น ที่สำคัญในระยะ 1-3 วันแรก ห้ามปล่อยให้คอนกรีตแห้งโดยเด็ดขาด